สุก กับ สุข

          คำว่า สุก กับ สุข ทั้ง ๒ คำออกเสียงเหมือนกัน แต่มีความหมายแตกต่างกัน หรือที่เรียกว่า คำพ้องเสียง ซึ่งมักทำให้เข้าใจผิดกันบ่อยครั้ง เช่น คำว่า สุขศาลา  บางครั้งมีผู้เข้าใจผิดสะกดว่า สุกศาลา ซึ่งที่ถูกต้องคำว่า สุข ต้องสะกดด้วย ข ไข่ 

          พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบายคำ สุก ในความหมายทั่วไปว่า เป็นคำกริยา หมายถึง พ้นจากห่าม เช่น ผลไม้สุก  หรือหมายถึงเปลี่ยนสภาพจากดิบด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ อย่างต้ม ผัด ย่าง เป็นต้น  เช่น ต้มไก่สุกแล้ว ย่างเนื้อให้สุก และหมายถึง ระยะที่ได้ที่หรือแก่จัดแล้ว เช่น ข้าวในนาสุกเกี่ยวได้แล้ว ฝีสุกจนแตก ต้อสุกผ่าได้แล้ว โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ร้อนจนเนื้อตัวจะสุกแล้ว ถูกเขาต้มจนสุก และใช้เรียกชายที่บวชเป็นพระภิกษุและสึกแล้วว่า คนสุก และยังหมายถึง ปลั่งเป็นมันแวววาวเช่น ทองเนื้อสุกดี 

          สำนวนไทยเกี่ยวกับคำว่า สุก มีหลายสำนวน เช่น สุกก่อนห่าม  หมายถึง ที่ทําสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัยหรือยังไม่ถึงเวลา (มักหมายถึงการลักลอบได้เสียกันก่อนแต่งงาน) เช่น ข้อความจากมหาเวสสันดรชาดก ว่า ใครเขาจะเอาเยี่ยงอย่างอีซนซุก อีสุกก่อนห่าม มันมาอยู่สักกี่วันกี่เดือน นี่มันจะมาตั้งเตือนต่อก่อความให้ขุ่นไปทั้งบ้าน สำนวนว่า สุกเอาเผากิน หมายถึง อาการที่ทำลวก ๆ  และยังหมายถึง อาการที่ทำพอเสร็จไปคราวหนึ่ง ๆ เช่น เขาทำงานสุกเอาเผากิน พอให้พ้นตัวไป

          ส่วนคำว่า สุข เป็นคำนามหมายถึง ความสบายกายสบายใจ เช่น ขอให้อยู่ดีมีสุข เกิดมาก็มีสุขบ้างทุกข์บ้าง  มักใช้เข้าคู่กับคำเป็น เช่น ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข ขอให้เป็นสุข ๆ นะ  ถ้าเป็นคำวิเศษณ์หมายถึง สบายกายสบายใจ เช่น เดี๋ยวนี้เขาอยู่สุขสบายดี.

         อิสริยา เลาหตีรานนท์