อาบัติ

          อาบัติ เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า อาปตฺติ (อ่านว่า อา-ปัด-ติ) แปลว่า การตกไป ความผิด. ในภาษาไทย คำว่า อาบัติ หมายถึง โทษที่เกิดจากการละเมิดสิกขาบท หรือโทษที่เกิดจากการที่ภิกษุประพฤติผิดวินัยสงฆ์ โทษนั้นมี ๗ อย่าง เรียกเป็นศัพท์ว่า ปาราชิก สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย (อ่านว่า ถุน-ลัด-ไจ) ปาจิตตีย์ (อ่านว่า ปา-จิด-ตี) ปาฏิเทสนีย์ (อ่านว่า ปา-ติ-เท-สะ -นี) ทุกกฏ (อ่านว่า ทุก-กด) และทุพภาสิต (อ่านว่า ทุบ-พา-สิด). ปาราชิก และ สังฆาทิเสส เป็นครุกาบัติหรือ อาบัติหนัก. ส่วนอาบัติที่เหลือเป็นลหุกาบัติหรืออาบัติเบา

          ปาราชิกเป็นอาบัติหนักที่สุด เพราะเมื่อภิกษุต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากการเป็นภิกษุ.  ถ้าภิกษุต้องอาบัติในพวกลหุกาบัติ ต้อง ปลงอาบัติ คือสารภาพความผิดของตนนั้นต่อภิกษุอื่นด้วยการกล่าวคำปลงอาบัติ เสียก่อนจึงพ้นจากอาบัติ การปลงอาบัติเพื่อให้รู้ว่าตัวนั้นทำผิด และสัญญาว่าจะไม่ทำผิดอีก

          แม้ว่าอาบัติบางข้อ จะสามารถแก้ไขให้พ้นจากอาบัตินั้น ๆ ได้ แต่กรรมที่เกิดขึ้นจากอาบัติหรือการล่วงละเมิดสิกขาบทนั้นยังคงอยู่ ดังนั้นภิกษุจึงควรหลีกเลี่ยงอาบัติทั้งหลาย แม้จะเป็นเพียงอาบัติเล็กน้อย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.