แผ่

          คำว่า แผ่ เป็นคำกริยา หมายความว่า กางออก ทำให้ขยายออก เช่น ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปคลุมพื้นที่หลายตารางเมตร. แม่นกแผ่หางกางปีกออกป้องลูกน้อยไว้. เขารื้อข้าวของออกมาวางแผ่ไว้เต็มห้อง. คำว่า แผ่ หมายความว่า ขยายออกไป เช่น ในสมัยโบราณการสงครามมักเกิดเพราะการแผ่อำนาจของกษัตริย์บางพระองค์. ประเทศมหาอำนาจมักจะแผ่อาณาเขตของตนออกไปครอบครองประเทศเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างเคียง. เราไม่ยอมให้เขามาแผ่อิทธิพลทางการเมืองในหมู่บ้านของเรา.

          คำว่า แผ่ ใช้ในความหมายที่เป็นนามธรรมก็ได้ เช่น เมื่อเราทำบุญแล้วเราจะแผ่ส่วนบุญไปให้ผู้ที่มีทุกข์เพื่อช่วยให้เขาพ้นทุกข์. พระสอนให้เราแผ่เมตตาไปยังผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากทั่วโลก

          คำว่า แผ่ อาจประสมกับคำอื่นได้ เป็น ตีแผ่ เผื่อแผ่. ตีแผ่ หมายถึง นำความลับออกมาแสดงหรือเปิดเผยให้รู้กันทั่วไป เช่น นำเรื่องลับของบุคคลสำคัญมาตีแผ่.   เผื่อแผ่ หมายถึง เอื้อเฟื้อ มีสิ่งใดดี สิ่งใดมีประโยชน์ก็นำมาแบ่งให้กัน เช่น โลกจะมีสันติสุขถ้าเรารู้จักเผื่อแผ่กันและกัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.