Thai language English Language
Untitled Document  ราชบัณฑิตยสถานขอเชิญชมรายการ "สายตรวจภาษา" ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๑.๔๕-๑๑.๔๗ น. เริ่มออกอากาศวันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖   
ข้อมูลหน่วยงาน
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการสัมมนา ฯลฯ
ข้อมูลข่าวสารทางราชการ
คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
E-Book
ติดต่อเรา  
สมุดเยี่ยม  
รวมเว็บไซต์ที่น่าสนใจ  
การทับศัพท์
การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน
การอ่านตัวเลขต่าง ๆ
การอ่านเครื่องหมาย
การอ่านคำวิสามานยนาม
เครื่องหมายวรรคตอน
การเว้นวรรค
การเขียนคำย่อ
ชื่อจังหวัด เขต อำเภอ
ชื่อทะเล
ชื่อธาตุ
ชื่อประเทศ/เมืองหลวง
ลักษณนาม
ราชาศัพท์
รับข่าวสาร ยกเลิก
รับข่าวสาร ยกเลิก
 

 
  ราชาศัพท์ : คำแบบแผนที่สะท้อนวัฒนธรรมประจำชาติ
 

ราชาศัพท์ : คำแบบแผนที่สะท้อนวัฒนธรรมประจำชาติ

          เมื่อกล่าวถึง “ราชาศัพท์”  ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าหมายถึง คำที่ใช้กับพระราชาหรือกษัตริย์รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ด้วย ซึ่งมีระเบียบแบบแผน และธรรมเนียมประเพณีสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานจนกลายเป็นวัฒนธรรมของชาติอย่างหนึ่ง ทั้งนี้เพราะสถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันที่มีความสำคัญยิ่งต่อสังคมและวิถีชีวิตของคนไทยทุกคน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยควรต้องศึกษาเพื่อใช้ให้ถูกต้องด้วย   แต่ปัจจุบันการใช้ราชาศัพท์คลาดเคลื่อนและผิดไปจากระเบียบแบบแผนโดยใช้คำไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมทั้งที่เกิดจากการสร้างคำขึ้นมาเอง และใช้ไม่ถูกต้องตามชั้นอิสริยยศเป็นต้น อีกทั้งผู้รู้ในเรื่องนี้ก็นับวันจะน้อยลง ราชบัณฑิตยสถานจึงเห็นชอบให้คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การใช้ราชาศัพท์ เพื่อให้ใช้เป็นแบบเดียวกันและถูกต้องตามระเบียบแบบแผนธรรมเนียมปฏิบัติ

          คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย แห่งราชบัณฑิตยสถาน ได้เริ่มดำเนินงานพิจารณาหลักเกณฑ์การใช้ราชาศัพท์ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยวิธีรวบรวมข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการใช้ราชาศัพท์ที่เขียนหรือรวบรวมโดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ รวมทั้งใช้ข้อมูลจากเอกสารทางประวัติศาสตร์ เช่น จดหมายเหตุ พระราชพงศาวดาร พระราชหัตถเลขา พระชีวประวัติ ฯลฯ ทั้งยังได้เชิญเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังและสำนักราชเลขาธิการซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใช้ราชาศัพท์ปฏิบัติงานประจำ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ มาร่วมพิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์การใช้ราชาศัพท์ด้วย เพื่อจะได้รับทราบระเบียบแบบแผนธรรมเนียมปฏิบัติ ประวัติความเป็นมา พัฒนาการของการใช้ราชาศัพท์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และความถูกต้องและสมบูรณ์ของหลักเกณฑ์การใช้ราชาศัพท์ที่จะได้จัดทำขึ้น หลักเกณฑ์การใช้ราชาศัพท์นี้ เมื่อจัดทำเสร็จแล้วจะต้องนำขึ้นกราบบังคมทูลขอพระบรมราชวินิจฉัย เมื่อมีพระบรมราชวินิจฉัยเป็นประการใดแล้ว จะนำมาปรับปรุงแก้ไขตามที่มีพระบรมราชวินิจฉัยให้สมบูรณ์ก่อนจัดพิมพ์เผยแพร่ต่อไป

          ในการดำเนินงานนี้คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยเห็นควรแบ่งหมวดคำเป็นหมวด ๆ เช่น หมวดคำนาม หมวดคำกริยา หมวดคำลักษณนาม ขณะนี้กำลังพิจารณาหลักเกณฑ์การใช้ราชาศัพท์ในหมวดคำกริยา จึงขอยกตัวอย่างการใช้ราชาศัพท์ของคำกริยาคำหนึ่ง ซึ่งใช้อยู่เสมอ ๆ แต่ก็ยังมีการใช้ไม่ถูกต้อง คือ “เดินทาง” มาเสนอเป็นตัวอย่าง เนื่องจากมักจะมีความสับสนกันว่า คำว่า เสด็จพระราชดำเนิน และ เสด็จ เป็นราชาศัพท์ของคำว่า ไป เมื่อพบการใช้คำว่า เสด็จพระราชดำเนินไป จึงเกิดความสงสัยว่า เหตุใดจึงใช้คำว่า ไป ต่อท้ายคำว่า เสด็จพระราชดำเนิน ซึ่งมีความหมายว่า ไป อยู่แล้ว

          ตามรูปศัพท์ คำว่า เสด็จพระราชดำเนิน หรือ เสด็จ มีความหมายว่า เดินทาง และเมื่อตามหลังด้วยคำกริยา เช่น ไป, ไปยัง, มา, มาถึง, กลับ, กลับถึง คำกริยาที่ตามหลังนั้นจะทำหน้าที่เป็นคำกริยาหลัก เมื่อจะทำเป็นราชาศัพท์ให้พิจารณาเฉพาะคำว่า เดินทาง ว่าจะใช้ เสด็จพระราชดำเนิน หรือ เสด็จ ส่วนคำที่ตามมาดังกล่าว ให้ใช้รูปคำสามัญเนื่องจากคำที่อยู่ข้างหน้าเป็นราชาศัพท์อยู่แล้ว เช่น ถ้าจะให้ราชาศัพท์นั้นหมายถึงกิริยา เดินทางไป ก็ใช้ว่า เสด็จพระราชดำเนินไป หรือ เสด็จไป ถ้าจะให้หมายถึง เดินทางกลับ ก็ใช้คำว่า เสด็จพระราชดำเนินกลับ หรือ เสด็จกลับ

          นอกจากนี้ การใช้ราชาศัพท์จะต้องพิจารณาใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมสำหรับชั้นอิสริยยศด้วย คำว่า เดินทาง ถ้าใช้เพื่อหมายถึงคำกริยา เดินทาง ของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ หรือสมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระยุพราช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร* และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต้องใช้ว่า เสด็จพระราชดำเนิน ถ้าเป็นพระราชวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า จนถึงหม่อมเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นชั้นอิสริยยศสุดท้ายที่ต้องใช้ราชาศัพท์ ให้ใช้ว่า เสด็จ ดังตัวอย่างจากหนังสือ พระราชกรณียกิจ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๓๗–กันยายน ๒๕๓๘  ของ สำนักราชเลขาธิการ ดังต่อไปนี้

          ๑. “วันอังคารที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๓๘
          เวลา ๑๓.๑๒ น.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา ๒๕๓๖–๒๕๓๗ ณ ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่…”

          ๒. “วันอังคารที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๗
          เวลา ๑๔.๒๐ น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง จากสนามเฮลิคอปเตอร์ เขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังโรงเรียนขอนหาดประชาสรรค์ บ้านตรอกแค ตำบลขอนหาด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช … สมควรแก่เวลาจึงประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส และประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ ถึงพระตำหนัก ทักษิณราชนิเวศน์ เมื่อเวลา ๒๑.๓๗ น.”

          ๓. “วันอาทิตย์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๓๗
          เวลา ๑๑.๒๘ น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักนนทบุรี ไปยังท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานเชียงราย แล้วประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ โรงเรียนบ้านสันติคีรี ดอยแม่สลอง จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งไปบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดสันติคีรี ดอยแม่สลอง กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย”

          ๔. “วันศุกร์ที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๗
          เวลา ๐๘.๑๐ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่งพิเศษ ซึ่งกองทัพอากาศจัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ ๒๘ ตุลาคม ถึงวันที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๗

          ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จักได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของโครงการส่งเสริมกิจกรรมของโรงเรียนเลี้ยงเด็กกำพร้า แขวงเวียงจันทน์ และโครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว …
          นอกจากนั้น จักได้ทรงพบกับ ฯพณฯ นายหนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจักได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดจอมเขามณีรัตน์ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ด้วย”

          ๕. “วันจันทร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๘
          เวลา ๐๘.๕๐ น. (เวลาท้องถิ่น)  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ เสด็จโดยเครื่องบินของสายการบินสวิสแอร์ เที่ยวบินที่ เอส. อาร์. ๑๑๑ จากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถึงท่าอากาศยานนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ณ ที่นั้น เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา และภริยา เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรประจำองค์การค้าโลก และภริยา ผู้ช่วยทูตทหาร ณ กรุงปารีส และภริยา และข้าราชการ เฝ้ารับเสด็จ แล้วประทับรถยนต์ที่นั่ง เสด็จต่อไปยังโรงแรมโนกา ฮิลตัน ซึ่งเป็นที่ประทับแรม จากนั้น ประทับเสวยพระกระยาหารกลางวัน ซึ่งคณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา จัดถวายภายในห้องประดับ”

          ๖. “วันศุกร์ที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๗
          เวลา ๑๘.๐๐ น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จโดยรถยนต์ที่นั่งไปทรงเปิดนิทรรศการจิตรกรรม ‘ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม’ และภาพเขียนจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ ๑๘ ณ ศูนย์สังคีตศิลป์ อาคารธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสะพานผ่านฟ้า ถนนราชดำเนิน”

          ตัวอย่างดังกล่าวข้างต้น คำว่า เสด็จพระราชดำเนิน หรือ เสด็จ นอกจากจะใช้โดยมักตามด้วยคำต่าง ๆ เช่น “ไป, ไปยัง, ต่อไปยัง, กลับ” แล้ว ยังใช้โดยมีกริยาวลีตามหลังด้วย เช่น ราชาศัพท์ของกริยาวลี เดินทางไปเป็นประธาน จะใช้ว่า เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน, เสด็จไปทรงเป็นประธาน [เสด็จพระราชดำเนิน, เสด็จไป+กริยาวลี (ทรงเป็นประธาน)] ดังนั้น การใช้ราชาศัพท์จึงต้องพิจารณาใช้โดยแปรตามชั้นอิสริยยศให้ถูกต้องด้วย กล่าวคือ ถ้าใช้กับ พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ หรือ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระยุพราช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใช้ราชาศัพท์ว่า เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน แต่ถ้าใช้กับ พระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าลงมาจนถึงชั้นหม่อมเจ้า ใช้ราชาศัพท์ว่า เสด็จไปทรงเป็นประธาน

          กริยาวลีราชาศัพท์ที่ประกอบขึ้นจากคำ “เสด็จพระราชดำเนิน” ที่พบเห็นและใช้อยู่เป็นประจำยังมีอีกมาก ซึ่งจะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไป

_______________________________________________

           * “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร” เป็นชื่อตำแหน่ง เริ่มมีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์แรกคือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์ต่อมาคือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร และในรัชกาลปัจจุบันคือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร 

ผู้เขียน : นางสาวสุปัญญา ชมจินดา นักวรรณศิลป์ ๗ว กองศิลปกรรม
ที่มา : จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๙๓, กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒

 

 
ย้อนกลับ
  หน้าหลัก     |     พจนานุกรม    |     ศัพท์บัญญัติวิชาการ    |     อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย    |     คลังความรู้    |   สิ่งพิมพ์    |     กระดานสนทนา    |     ถาม-ตอบ  
ติดต่อ ราชบัณฑิตยสถาน
สนามเสือป่า เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐   โทรศัพท์ ๐ ๒๓๕๖ ๐๔๖๖-๗๐ อีเมล ripub@royin.go.th
Copy Rights © 2007 The Royal Institute, All Rights Reserved.Developed by TATSolution