Thai language English Language
Untitled Document  ราชบัณฑิตยสถานขอเชิญชมรายการ "สายตรวจภาษา" ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๑.๔๕-๑๑.๔๗ น. เริ่มออกอากาศวันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖   
ข้อมูลหน่วยงาน
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการสัมมนา ฯลฯ
ข้อมูลข่าวสารทางราชการ
คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
E-Book
ติดต่อเรา  
สมุดเยี่ยม  
รวมเว็บไซต์ที่น่าสนใจ  
การทับศัพท์
การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน
การอ่านตัวเลขต่าง ๆ
การอ่านเครื่องหมาย
การอ่านคำวิสามานยนาม
เครื่องหมายวรรคตอน
การเว้นวรรค
การเขียนคำย่อ
ชื่อจังหวัด เขต อำเภอ
ชื่อทะเล
ชื่อธาตุ
ชื่อประเทศ/เมืองหลวง
ลักษณนาม
ราชาศัพท์
รับข่าวสาร ยกเลิก
รับข่าวสาร ยกเลิก
 

 
  สาธารณูปโภค-สาธารณูปการ โดย ศ.จำนงค์ ทองประเสริฐ
 

สาธารณูปโภค-สาธารณูปการ

          คำที่มีปัญหาในการใช้อยู่มากอีกคำหนึ่งที่มีผู้โทรศัพท์สอบถามถึงความหมายและวิธีใช้อยู่เสมอ นั่นคือคำว่า “สาธารณูปโภค” กับคำว่า “สาธารณูปการ”

          คำที่เราใช้กันโดยทั่ว ๆ ไป และพอเป็นที่รู้จักกันบ้าง ก็คือคำว่า “สาธารณูปโภค” ซึ่งพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้บทนิยามไว้ดังนี้ “น. การประกอบการเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา.” ทั้งนี้เพราะคำว่า “สาธารณูปโภค” เกิดจากการนำคำว่า “สาธารณ” ซึ่งแปลว่า “ทั่วไป” หรือที่เรามาใช้ในภาษาไทยเป็นคำวิเศษณ์ หมายความว่า “เพื่อประชาชนทั่วไป” กับคำว่า “อุปโภค” ซึ่งหมายความว่า “เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์” มาเข้าสนธิกันจึงได้หมายถึง “การประกอบการเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป” ไม่ใช่เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น การไฟฟ้า การประปา การโทรศัพท์ ฯลฯ ก็ถือว่าเป็น สาธารณูปโภคทั้งสิ้น

          ส่วนคำว่า “สาธารณูปการ” นั้นเกิดจากการนำคำว่า “สาธารณ” กับคำว่า “อุปการ” มาเข้าสนธิกัน คำว่า “อุปการ” พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “น. ความช่วยเหลือเกื้อกูล, ความอุดหนุน, คู่กับปฏิการ = การสนองคุณ, การตอบแทนคุณ. ก. ช่วยเหลือเกื้อกูล, อุดหนุน.” แต่คำนี้เรามิได้ใช้หมายถึง “ความช่วยเหลือเกื้อกูลหรือความอุดหนุนเพื่อประชาชนทั่วไป” ตามรูปศัพท์ เพราะคำว่า “สาธารณูปการ” นี้ เป็นศัพท์ทางศาสนาที่พระท่านใช้ของท่านอยู่ ท่านใช้หมายถึง “การก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์” ทั้งนี้เนื่องจากพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๓๓ ได้จัดระเบียบบริหารการคณะสงฆ์ส่วนกลางเป็น “องค์การ” ต่าง ๆ ซึ่งเปรียบด้วย “กระทรวง” ของทางฝ่ายบ้านเมือง คือ

          ๑. องค์การปกครอง
          ๒. องค์การศึกษา
          ๓. องค์การเผยแผ่
          ๔. องค์การสาธารณูปการ

          องค์การปกครอง ก็พอเทียบได้กับ กระทรวงมหาดไทย องค์การศึกษา ก็พอเทียบได้กับ กระทรวงศึกษาธิการ องค์การเผยแผ่ ก็พอเทียบได้กับ กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การสาธารณูปการ ก็พอเทียบได้กับ กรมโยธาธิการ

          แต่ละองค์การจะมี “สังฆมนตรี” รูปหนึ่ง ซึ่งเทียบได้กับ “รัฐมนตรี” เป็นผู้ว่าการบังคับบัญชารับผิดชอบ และถ้าจำเป็นจะมี “สังฆมนตรีช่วยว่าการ” ซึ่งพอเทียบได้กับ “รัฐมนตรีช่วยว่าการ” ก็ได้

          เมื่อคำว่า “สาธารณูปการ” เป็นศัพท์เฉพาะที่ทางคณะสงฆ์ท่านบัญญัติใช้ของท่านให้หมายถึง “การก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์” วัดวาอารามแล้ว ก็อย่าได้นำคำของท่านมาใช้ให้ผิดวัตถุประสงค์เลย คำว่า “สาธารณูปโภค” ของเราก็ครอบคลุมไปได้มากพออยู่แล้ว.

ผู้เขียน : .จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม
ที่มา : ภาษาไทยไขขาน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แพร่พิทยา. ๒๕๒๘. หน้า ๓๘๑-๓๘๓.

 
ย้อนกลับ
  หน้าหลัก     |     พจนานุกรม    |     ศัพท์บัญญัติวิชาการ    |     อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย    |     คลังความรู้    |   สิ่งพิมพ์    |     กระดานสนทนา    |     ถาม-ตอบ  
ติดต่อ ราชบัณฑิตยสถาน
สนามเสือป่า เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐   โทรศัพท์ ๐ ๒๓๕๖ ๐๔๖๖-๗๐ อีเมล ripub@royin.go.th
Copy Rights © 2007 The Royal Institute, All Rights Reserved.Developed by TATSolution