Thai language English Language
Untitled Document  ราชบัณฑิตยสถานขอเชิญชมรายการ "สายตรวจภาษา" ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๑.๔๕-๑๑.๔๗ น. เริ่มออกอากาศวันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖   
ข้อมูลหน่วยงาน
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการสัมมนา ฯลฯ
ข้อมูลข่าวสารทางราชการ
คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
E-Book
ติดต่อเรา  
สมุดเยี่ยม  
รวมเว็บไซต์ที่น่าสนใจ  
การทับศัพท์
การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน
การอ่านตัวเลขต่าง ๆ
การอ่านเครื่องหมาย
การอ่านคำวิสามานยนาม
เครื่องหมายวรรคตอน
การเว้นวรรค
การเขียนคำย่อ
ชื่อจังหวัด เขต อำเภอ
ชื่อทะเล
ชื่อธาตุ
ชื่อประเทศ/เมืองหลวง
ลักษณนาม
ราชาศัพท์
รับข่าวสาร ยกเลิก
รับข่าวสาร ยกเลิก
 

 
  เครื่องหมายวรรคตอนไทย กับ เครื่องหมายวรรคตอนฝรั่ง (๕) โดย รศ. ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ
 

เครื่องหมายวรรคตอนไทย กับ เครื่องหมายวรรคตอนฝรั่ง (๕)

ทําไมเครื่องหมายวรรคตอนของฝรั่งจึงยังมิได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย

ถึงแม้ว่าเครื่องหมายวรรคตอนของไทยจะถึงแก่กาลอวสานไปแล้ว แต่เครื่องหมายวรรคตอนของฝรั่งซึ่งเผยแพร่เข้ามาสู่ภาษาไทยตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ก็ยังมิได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งๆ ที่ได้มีชื่อไทยเพราะๆ ซึ่งมีที่มาจากภาษาแขกมาเป็นเวลานานแล้ว

เหตุผลประการแรกก็คือลักษณะอันแตกต่างระหว่างการเขียนคำไทยกับคำฝรั่ง เนื่องจากคำไทยเขียนติดกันไป โดยไม่เว้นวรรคระหว่างคำ การเว้นวรรคจึงกลายเป็น "เครื่องหมายวรรคตอน" ที่สำคัญที่สุดของไทย แม้แต่พระยาอุปกิตศิลปสารก็ยังรู้สึกว่า เครื่องหมายวรรคตอนของฝรั่งนั้น "จุกจิก" และได้ชี้ให้เห็นอยู่ตลอดเวลาว่า เครื่องหมายวรรคตอนของฝรั่งนั้น เราก็มีของเราใช้เองแล้วอย่างนี้ ดังคำอธิบายของท่านที่ว่า

เครื่องหมายจุลภาค (,) บอกเว้นวรรคในประโยคเดียวกัน ตรงกับการใช้เว้นวรรคของไทยอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ ควรใช้เฉพาะการเว้นวรรคที่ปลายบรรทัดเท่านั้น เพื่อให้แน่ว่าเป็นการเว้นวรรค

เครื่องหมายอัฒภาค (:) ใช้ในประโยคซ้อน หรือแยกประโยคเปรียบเทียบออกจากกัน แต่ก็ใช้ตอนจบประโยค จึงไม่ค่อยมีคนใช้

เครื่องหมายมหัพภาค (.) ใช้บอกจบประโยค ตรงกับเครื่องหมาย ฯ ของโบราณ เรานิยมใช้เว้นวรรคแทน

มีอยู่สองเครื่องหมายที่ท่านแสดงความเห็นเป็นกลางหรือเห็นด้วย ดังนี้

เครื่องหมายปรัศนี (?) ใช้กับประโยคคำถาม ของไทยไม่เคยมีมาก่อน

เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) ใช้ใส่เบื้องหลังคำอุทาน เป็นการแสดงอาการต่างๆ มุ่งหมายให้ผู้อ่านทำเสียงให้ถูกต้องตามอารมณ์ ซึ่งไม่สามารถจะเขียนให้ถูกต้องด้วยตัวหนังสือได้ เช่น ไฟ ! เสือ ! ตายจริง ! แล้วกันท่าน !

 

ส่วน อาจารย์กำชัย ทองหล่อ ได้กล่าวถึงเครื่องหมายวรรคตอนของฝรั่งไว้ในหนังสือ หลักภาษาไทย ดังนี้

"จุลภาคเป็นเครื่องหมายที่เราใช้ตามแบบอังกฤษ ตามปรกติในภาษาไทยเราใช้เว้นวรรคแทนจุลภาคอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าไม่จำเป็น ไม่ควรจะใช้จุลภาคให้พร่ำเพรื่อ และไม่ควรจะใช้ตามแบบฝรั่งไปทุกอย่าง มิฉะนั้นจะเข้าแบบเอาเนยผสมกับน้ำพริก"

"อัฒภาค หรือ จุดครึ่ง ใช้คั่นคำหรือประโยคเล็กๆ ที่ขนานกัน แต่ในภาษาไทยเราไม่นิยมใช้"

สำหรับเครื่องหมาย ปรัศนี (?) นั้น ท่านให้ความเห็นว่า

"ความจริงในภาษาไทยเรามีคำซึ่งเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่แล้ว เช่น :- หรือ, ไหม, ใคร, อะไร, ไหน, กี่ เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องใช้ปรัศนีกำกับก็ได้"

 

ศาสตราจารย์ ดร.คุณบรรจบ พันธุเมธา ก็ได้ให้ความเห็นไว้ในหนังสือ ลักษณะภาษาไทย ว่า

"ประโยคภาษาไทยมีความต่างกับประโยคภาษาอังกฤษ คือ ภาษาอังกฤษเขียนคำเว้นคำ แต่ภาษาไทยเขียนติดกันไปทั้งประโยคจึงเว้น ประโยคที่ความสิ้นสุดไม่เกี่ยวข้องกันเว้นวรรคใหญ่ แต่ถ้าความยังเนื่องกันอยู่เว้นวรรคเล็ก หรือถ้าที่ใดความแยกกันก็เว้นวรรคบ้างพอไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ถ้าหากการเว้นวรรคถูกก็ย่อมไม่มีปัญหาแก่ผู้อ่าน แต่ถ้าเว้นวรรคผิด ความเนื่องกันเว้นวรรคใหญ่หรือไม่เว้นวรรคเลย ย่อมอ่านเข้าใจยาก จึงมีผู้คิดเห็นว่า ถ้าใช้เครื่องหมายกำกับเสียให้แน่ จะสะดวกแก่ผู้อ่านยิ่งนัก

เรื่องนี้มีผู้โต้แย้งว่า จะให้สะดวกแก่ผู้อ่าน ผู้เขียนจะต้องคิดอย่างหนักว่าที่ใดควรใช้เครื่องหมายอะไร ถ้าใช้เครื่องหมายผิด ผู้อ่านอาจเข้าใจความหมายผิดไปด้วย จำต้องกำหนดวิธีการใช้เครื่องหมายวรรคตอนและศึกษาการใช้เครื่องหมายเหล่านั้นให้ถูกต้อง เครื่องหมายวรรคตอนจึงจะเกิดประโยชน์ แต่ถึงจะใช้เครื่องหมายหรือไม่ การแบ่งวรรคตอนให้ถูกต้องตามข้อความก็นับเป็นเรื่องสำคัญที่ละเลยไม่ได้"

เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้จะเห็นประโยชน์ของเครื่องหมายวรรคตอนของฝรั่ง แต่ท่านผู้รู้ก็ยังมีความเห็นในลักษณะแบ่งรับแบ่งสู้

บางท่านก็รับบางเครื่องหมายมาใช้ แต่ไม่ได้รับมาใช้ทั้งหมด

 

การใช้เครื่องหมายวรรคตอนในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มีการใช้เครื่องหมายวรรคตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้

เครื่องหมายจุลภาค (,) ใช้เพื่อคั่นบทนิยามแต่ละบทที่มีความหมายคล้ายๆ กันหรือทำนองเดียวกัน ฯลฯ

เครื่องหมายอัฒภาค (;) ใช้คั่นบทนิยามที่มีความหมายหลายอย่าง และความหมายเหล่านั้นแตกต่างกัน แต่ยังมีนัยเนื่องกับความหมายเดิม ฯลฯ

เครื่องหมายยัติภังค์ (-) ใช้แทนส่วนหน้าของคำที่เข้าคู่กันซึ่งละไว้ ฯลฯ

เครื่องหมายมหัพภาค (.) ใช้เมื่อจบบทนิยาม ฯลฯ

จะเห็นได้ว่า เมื่อต้องการความหมายที่แน่นอนชัดเจน ในลักษณะเป็นแบบแผน เครื่องหมายวรรคตอนของฝรั่งบางเครื่องหมายก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ แต่ต้องมีกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เครื่องหมายใดทำหน้าที่ใด ซึ่งไม่ใช่ลักษณะการเขียนเรื่องของคนทั่วไป

จึงน่าจะเป็นสิทธิเสรีภาพของผู้เขียนแต่ละคนที่จะเลือกเขียนในลีลาแบบใดก็ได้ ขอเพียงให้สื่อความได้ตามที่ต้องการก็พอ

ผู้เขียน รศ. ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ภาคีสมาชิก สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

 
ย้อนกลับ
  หน้าหลัก     |     พจนานุกรม    |     ศัพท์บัญญัติวิชาการ    |     อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย    |     คลังความรู้    |   สิ่งพิมพ์    |     กระดานสนทนา    |     ถาม-ตอบ  
ติดต่อ ราชบัณฑิตยสถาน
สนามเสือป่า เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐   โทรศัพท์ ๐ ๒๓๕๖ ๐๔๖๖-๗๐ อีเมล ripub@royin.go.th
Copy Rights © 2007 The Royal Institute, All Rights Reserved.Developed by TATSolution