Thai language English Language
Untitled Document  ราชบัณฑิตยสถานขอเชิญชมรายการ "สายตรวจภาษา" ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๑.๔๕-๑๑.๔๗ น. เริ่มออกอากาศวันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖   
ข้อมูลหน่วยงาน
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการสัมมนา ฯลฯ
ข้อมูลข่าวสารทางราชการ
คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
E-Book
ติดต่อเรา  
สมุดเยี่ยม  
รวมเว็บไซต์ที่น่าสนใจ  
การทับศัพท์
การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน
การอ่านตัวเลขต่าง ๆ
การอ่านเครื่องหมาย
การอ่านคำวิสามานยนาม
เครื่องหมายวรรคตอน
การเว้นวรรค
การเขียนคำย่อ
ชื่อจังหวัด เขต อำเภอ
ชื่อทะเล
ชื่อธาตุ
ชื่อประเทศ/เมืองหลวง
ลักษณนาม
ราชาศัพท์
รับข่าวสาร ยกเลิก
รับข่าวสาร ยกเลิก
 

 
  ฃ กับ ฅ หายไปไหน (๑) โดย รศ. ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ
 

ฃ กับ ฅ หายไปไหน (๑)

เมื่อประมาณ ๑๐ ปีมาแล้ว (ขณะที่เขียนนี้คือ พ.ศ.๒๕๔๗) มีคนพูดถึงเรื่อง ฃ กับ ฅ กันมาก จนนักภาษาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องนี้ต้องออกมาช่วยชี้แจง ทั้งๆ ที่เคยเขียนบทความทางวิชาการเผยแพร่มาก่อนหน้านี้กว่า ๒๐ ปีมาแล้ว

นักวิชาการที่ว่านั้นก็คือ ศาสตราจารย์ ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล ท่านได้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เป็นครั้งแรกใน วารสารธรรมศาสตร์ ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑ มิถุนายน-ตุลาคม ๒๕๑๕

ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๓๗ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้นำบทความดังกล่าวมาพิมพ์เป็นเอกสารเล่มเล็กเพื่อเผยแพร่ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น

ในขณะนั้นผู้เขียนยังเขียนเรื่องเกี่ยวกับภาษาไทยอยู่ใน สตรีสาร จึงได้นำข้อเขียนของท่านมาเผยแพร่อีกครั้ง

เมื่อมีผู้สงสัยถามมาทาง มติชน อีก ก็ต้องไปค้นเรื่องเก่าที่เคยเขียนมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ทันสมัยอีกครั้ง ดังนี้

 

หนังสือเล่มนี้ถามปัญหาว่า ถ้าในสมัยปัจจุบัน เราเห็นว่า ฃ กับ ฅ เป็นตัวเกินและสามารถใช้ ข (ไข่) กับ ค (ควาย) แทนได้ทุกที่ ทำไมในสมัยสุโขทัย จึงต้องสร้างตัวอักษรทั้งสองนี้ขึ้นมา หนังสือเล่มนี้ได้พยายามสืบสร้าง (reconstruct) ว่า เสียง ฃ และ ฅ เคยใช้แทนเสียงที่เป็นเสียงเสียดแทรกซึ่งมีฐานกรณ์อันเกิดที่ฐานลิ้นไก่ ซึ่งในสมัยปัจจุบันนี้ยังพบในภาษาไทขาวในประเทศเวียดนาม

กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ เสียง ฃ และ ฅ ในสมัยสุโขทัยนั้นออกเสียงลึกกว่าเสียง ข (ไข่) และ ค (ควาย) เวลาที่ออกเสียง ข (ไข่) และ ค (ควาย) โคนลิ้นแตะที่เพดานอ่อน ส่วน ฃ และ ฅ นั้น โคนลิ้นจะแตะที่ส่วนที่ถัดเพดานอ่อนเข้าไปอีก ซึ่งในปัจจุบันไม่มีเสียงนี้ในภาษาไทยมาตรฐานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ฃ และ ฅ นั้น ก็มีคำใช้น้อยมาก ในศิลาจารึกหลักที่ ๑ มีคำที่ใช้ ฃ (ขวด) เพียง ๑๑ คำ คือ ฃับ (ขับร้อง) ฃ้า (ฆ่า) ฃาม (มะขาม) ฃาย เฃา (ภูเขา) เฃ้า (ตรงข้ามกับ ออก) ฃึ้น ฃอ (ตะฃอ) ฃุน ฃวา แฃวน ส่วน ฅ (คน) นั้น มีใช้เพียง ๒ คำเท่านั้น คือ ฅุ้ม (ป้องกัน) กับ ฅวาม (คดี)

ส่วนในศิลาจารึกหลักอื่นๆ พบ ฅ เพิ่มอีก ๑๑ คำ คือ ฅ (คอ) ฅ้อน ฅา ฅาบ (แปลว่า ครั้ง) ฅำ (ค่ำ) ฅีน (ปัจจุบัน ใช้ อื แทน อี เป็น คืน) แตน (ดูแคลน) แฅ่ง (แข้ง) แฅว ฅวาม ฅวาง (คว้าง)

มีคำคู่เสียง ข (ไข่) กับ ฃ อยู่เพียง ๓ คู่เท่านั้น คือ

ข (ไข่) ฃ

ขับ (ขับไล่) ฃับ (ขับร้อง)

เข้า (ข้าว) เฃ้า (ตรงข้ามกับ ออก)

ข้า (บ่าว) ฃ้า (ฆ่า)

ในจำนวนคำที่ใช้ ฅ ทั้ง ๑๓ คำ มีที่เป็นคำพ้องกับภาษาปัจจุบันเพียง ๓ คำ คือ

คำ ความหมายที่ ๑ เป็นคำกริยา ความหมายที่ ๒ เป็นคำนาม

ฅา ขวางอยู่, ปิดทางอยู่ (หญ้า) ฅา

ฅาบ (เอาปาก) คาบ หมายถึงครั้ง

ฅืน คืน (ให้) (กลาง) ฅืน

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงงานค้นคว้าเรื่อง ฃ และ ฅ ของนักวิชาการต่างชาติ ๒ คน คือ Jean Burney กับ George Coedes ซึ่งเปรียบเทียบกับภาษาลาวและภาษาไทถิ่นต่างๆ แล้วสรุปว่า ฃ กับ ฅ เป็นคนละเสียงกับ ข (ไข่) และ ค (ควาย)

ถึงแม้งานค้นคว้าดังกล่าวจะได้เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๐ ก่อนหน้าที่จะมีการรวบรวมพจนานุกรมภาษาไทยถิ่นต่างๆ แต่เมื่อนักภาษาศาสตร์รุ่นหลังๆ ได้รวบรวมพจนานุกรมภาษาไทถิ่นได้มากยิ่งขึ้น

ข้อมูลในระยะหลังก็ได้ช่วยพิสูจน์ว่า เสียง ฃ และ ฅ เป็นคนละเสียงกับ ข (ไข่) และ ค (ควาย) เช่นเดียวกัน

ผู้เขียน รศ. ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ภาคีสมาชิก สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

 
ย้อนกลับ
  หน้าหลัก     |     พจนานุกรม    |     ศัพท์บัญญัติวิชาการ    |     อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย    |     คลังความรู้    |   สิ่งพิมพ์    |     กระดานสนทนา    |     ถาม-ตอบ  
ติดต่อ ราชบัณฑิตยสถาน
สนามเสือป่า เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐   โทรศัพท์ ๐ ๒๓๕๖ ๐๔๖๖-๗๐ อีเมล ripub@royin.go.th
Copy Rights © 2007 The Royal Institute, All Rights Reserved.Developed by TATSolution