Thai language English Language
Untitled Document  ราชบัณฑิตยสถานขอเชิญชมรายการ "สายตรวจภาษา" ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๑.๔๕-๑๑.๔๗ น. เริ่มออกอากาศวันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖   
ข้อมูลหน่วยงาน
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการสัมมนา ฯลฯ
ข้อมูลข่าวสารทางราชการ
คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
E-Book
ติดต่อเรา  
สมุดเยี่ยม  
รวมเว็บไซต์ที่น่าสนใจ  
การทับศัพท์
การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน
การอ่านตัวเลขต่าง ๆ
การอ่านเครื่องหมาย
การอ่านคำวิสามานยนาม
เครื่องหมายวรรคตอน
การเว้นวรรค
การเขียนคำย่อ
ชื่อจังหวัด เขต อำเภอ
ชื่อทะเล
ชื่อธาตุ
ชื่อประเทศ/เมืองหลวง
ลักษณนาม
ราชาศัพท์
รับข่าวสาร ยกเลิก
ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ



เว็บไซต์ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ข้อแนะนำการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน





 

Log in เพื่อแสดงความคิดเห็น    สั่งพิมพ์หน้านี้ 
 ข้อสอบโอเน็ต ม. ปี ๕๓ น่าจะมี ๒ คำตอบ (เปิดเผยได้)
 
ข้อสอบโอเน็ต ม.๓ ปี ๕๓ วิชาภาษาไทยหน้า ๑๒ ข้อ ๑๙
๑๙. ข้อใดไม่เป็นประโยคความรวม
๑. ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีเพราะคิดถึงมาก (ซ้อน)
๒. ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีหลังจากสึกแล้ว (รวม)
๓. ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีเลยไปทำนาสาย (รวม)
๔. ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีซึ่งกำลังเลี้ยงไก่ (ซ้อน)

คำตอบในข้อ ๑ เป็นประโยคความซ้อนเพราะเป็นการเอาผลขึ้นก่อนเหตุ จึงน่าจะเป็น วิเศษณานุประโยคไม่ใช่ เหตวาเนกรรถประโยค
คำตอบในข้อ ๒ น่าจะเป็นอันวยาเนกรรถประโยค (ประโยคความรวม)
คำตอบในข้อ ๓ น่าจะเป็นเหตวาเนกรรถประโยค (ประโยคความรวม)
คำตอบในข้อ ๔ น่าจะเป็นคุณานุประโยค (ประโยคความซ้อน)
สรุป ในข้อ ๑๙ คำตอบจึงน่าจะถูกทั้งข้อ ๑ และ ๔
By : อิเหนา    วันที่ 5 มี.ค. 2556 , 10:47 น.     

ความคิดเห็นที่ 1  วันที่ 5 มี.ค. 2556 , 18:33 น.
 
ข้อ 1. เป็นประโยคความรวม (อเนกรรถประโยค) ครับ
เหตวาเนกรรถประโยค ไม่จำเป็นต้องเอาเหตุขึ้นก่อนผลก็ได้ครับ ขอให้เป็นประโยคที่มีเนื้อความแสดงความเป็นเหตุเป็นผลกันก็พอ
By : สรรค์      

ความคิดเห็นที่ 2  วันที่ 5 มี.ค. 2556 , 22:59 น.
 
คุณสรรค์ครับ ผมไปค้นตามตำราและตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เขาตอบเหมือนผมครับ คือ เหตุต้องมาก่อนผลเสมอ รบกวนคุณไปทบทวนดูนะครับ
ด้วยความเคารพ
By : อิเหนา      

ความคิดเห็นที่ 3  วันที่ 6 มี.ค. 2556 , 02:25 น.
 
ขออภัย ความเห็นแรกผมคงพูดผิดและสั้นไป
เรื่องที่ว่า ผลมาก่อนเหตุ ถือเป็นประโยคความซ้อนเนี่ย บางตำราก็ถือว่าโครงสร้างแบบนี้เป็นประโยคความรวมได้เหมือนกันนะครับ (เรียกว่าเป็น อเนกรรถประโยค โดยไม่ได้จำแนกว่าเป็น เหตวาเนกรรถประโยค เพราะดูที่โครงสร้าง ไม่ได้เจาะจงว่าขึ้นต้นด้วยประโยคที่แสดงเหตุผลหรือไม่) อย่างในข้อ 1. นี่ ถ้าจะมองว่าเป็นความรวมผมว่าก็มองได้ เพราะคนที่มาหามาลินีกับคนที่คิดถึงมาลินีมากก็คือคนเดียวกัน พอนำสองประโยคมารวมกันโดยใช้สันธานเชื่อมจึงได้ว่า \"ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีเพราะคิดถึงมาก\" ลักษณะโครงสร้างคล้ายกับ \"เธอจะฟังเพลงหรือ[เธอ]จะอ่านหนังสือ\" น่ะครับ

ประโยคที่เป็นความซ้อนที่ชัดเจนจริง ๆ น่าจะเป็นประโยคประมาณ \"ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีเพราะฝนไม่ตก\" หรือ \"ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีเพราะกำนันสั่ง\" ซึ่งมีประธานในประโยคหลักกับประโยคในประโยคย่อยเป็นคนละตัวกันแบบนี้มากกว่า สำหรับผม ข้อ 4. ชัดเจนที่สุดแล้วว่าไม่ใช่ความรวมแน่ ๆ ถ้าเป็นผมผมก็จะเลือกข้อนี้ไว้ก่อน แต่คนอื่นอาจมองว่าข้อ 1. เป็นตัวเลือกที่ก้ำกึ่งเกินไป ก็ไม่ทราบครับ
By : สรรค์      

ความคิดเห็นที่ 4  วันที่ 7 มี.ค. 2556 , 08:56 น.
 
โจทย์ ถามด้วยคำถามปฏิเสธ เมื่ออ่านสอบแข่งกับเวลาอาจพลาดข้าม ?ไม่? ความหมายกลายเป็น ?ข้อใดเป็นประโยคความรวม? การตั้งคำถามอย่างนี้อาจเป็นผลเสียกับนักเรียน ม ๓.ได้ ถ้าระดับชั้นสูงๆจะถามซับซ้อนเพื่อให้คิดก็ยังควรกว่า หากคำถามเป็นประโยคบอกเล่า(ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน) จะช่วยป้องกันการอ่านคำผิดพลาดได้ นักเรียนได้ประโยชน์จะเป็นผลดีกว่า

จากตัวเลือกเหลือให้พิจารณาข้อ ๑. และ ๔.

ข้อ ๑. ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีเพราะคิดถึงมาก ดูผ่านๆก็เหมือนประโยคความรวมที่เป็นเหตุเป็นผล

การสื่อความหมายทั่วไปเกี่ยวกับเหตุและผล จะเรียงเหตุก่อนผล หรือผลก่อนเหตุก็ได้ แต่ถ้าเป็นประโยคความรวมที่เป็นเหตุเป็นผล จะเริ่มจากเหตุก่อนแล้วตามด้วยผล

จากตัวเลือกข้อ ๑. กล่าวถึงผลก่อน( ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินี) แล้วตามด้วยเหตุ(เพราะคิดถึงมาก) เป็นการเรียงลำดับประโยคจากผลก่อนแล้วตามด้วยเหตุ เข้าลักษณะอนุประโยคหน้าที่อย่างวิเศษณานุประโยค เป็นประโยคความซ้อน (?คิดถึงมาก? ขยายกริยา ?มาหา? )

ข้อ ๔. ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีซึ่งกำลังเลี้ยงไก่
รูปประโยคชัดเจน มีประพันธสรรพนาม ?ซึ่ง? เป็นส่วนของคุณานุประโยค เป็นประโยคความซ้อน

จากตัวเลือกข้อ ๑. กับข้อ ๔. ถือว่าถูกทั้งสองข้อ เพราะโจทย์ถาม ?ข้อใดไม่เป็นประโยคความรวม?

ข้อสอบไม่ควรมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ ตัวเลือกหรือข้อถูก ควรถูกต้องและชัดเจน ข้อสอบโอเน็ตมีปัญหาหลายครั้งน่าพิจารณาครับ

สมัยผมเรียนไม่มีสอบโอเน็ตครับ

By : พีร์ บีพีเค      

ความคิดเห็นที่ 5  วันที่ 7 มี.ค. 2556 , 19:42 น.
 
จาก http://prayok-prayok-154.exteen.com/20100816/entry-5
\"นักภาษาศาสตร์บางท่าน ก็ได้จัดประโยคที่พูดถึงผลก่อน แล้วเหตุอยู่ข้างหลัง เป็นประโยคความรวมนะครับ เพราะคำประพันธวิเศษณ์ที่ปรากฏถือเป็นสันธานเชื่อมประโยค ดังนั้นจึงเรียกว่า ประโยคความรวม\"

ส่วนตัวผมก็เคยเรียนมาครับว่า ประโยคแบบข้อแรกสามารถเป็นประโยคความรวมได้ ไม่ใช่เพราะดูเผินๆ แต่ขึ้นอยู่กับวิธีแยกของแต่ละคน

แต่ก็เห็นด้วยว่าไม่ควรนำมาเป็นตัวเลือกสำหรับโจทย์ข้อนี้ เพราะบางคนอาจจะไม่รู้
By : เอ็ดโน      

ความคิดเห็นที่ 6  วันที่ 8 มี.ค. 2556 , 09:45 น.
 
สิ่งแรกที่น่าคิด คือ การสอนเรื่องนี้ในระดับชั้น ม๓. แต่ละสถานศึกษาสอนตามแนวคิดใด เหตุ-ผล , ผล-เหตุ หรือทั้งสองแนวคิด และสทศ.ออกข้อสอบตามแนวคิดใด ผลกระทบสำคัญอยู่ที่นักเรียนผู้สอบแน่ๆ

ผมได้ดูที่มา ตามที่คุณเอ็ดโนแจ้งแหล่งอ้างอิงแล้ว เป็นอีกเหตุผลที่ควรพิจารณาเหมือนกันครับ

สิ่งที่น่าคิดอีก คือ การใช้สันธานเชื่อมเป็นประโยคความรวม ควรดูด้วยว่าเชื่อมแล้วทำให้ประโยคเป็นไปทางใดมากกว่ากัน ระหว่างเหตวาเนกรรถประโยคหรือวิเศษณานุประโยค

จากตัวเลือกข้อ ๑. ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินีเพราะคิดถึงมาก แม้จะมีสันธานเชื่อมอย่างประโยคความรวม แต่เป็นการเชื่อมที่ลำดับความกล่าวถึงผลก่อนเหตุ เข้าลักษณะความซ้อนวิเศษณานุประโยคมากกว่าความรวม
เหตวาเนกรรถประโยค

ข้อสังเกต คือ ลักษณะประโยคที่ระบุถึงความเป็นเหตุเป็นผล เรียกว่า
เหตวาเนกรรถประโยค เป็นประโยคที่เน้นความเกี่ยวเนื่องกันจากเหตุไปสู่ผล เพราะกล่าวถึงเหตุที่เกิดขึ้นก่อนแล้วตามด้วยผล การใช้ ชื่อเรียกกับลักษณะประโยคสอดคล้องกัน

ผมไม่ได้แย้งแนวคิดของนักภาษาศาสตร์(ยุคใหม่)ที่อธิบายด้วยเหตุผลว่า ประพันธวิเศษณ์ที่ใช้ เป็นสันธานเชื่อมประโยค จึงเป็นประโยคความรวม แต่ก็คิดอยู่ว่าจะดูให้เป็นเหตวาเนกรรถประโยคอย่างความรวมหรือวิเศษณานุประโยคอย่างความซ้อน ตรงนี้แหละครับสำคัญ เพราะคิดต่างกันตามเหตุผล ตามทฤษฎีที่เรียนรู้กันมา

เมื่อมองและคิดด้วยเหตุผลที่ต่างกันก็น่ามีชื่อเรียกลักษณะประโยคความรวมที่กล่าวถึงผลก่อนเหตุเป็นชื่อเฉพาะแยกต่างหาก เพื่อให้เห็นความแตกต่างจากเหตวาเนกรรถประโยค ไม่ทราบว่ามีชื่อเฉพาะเรียกประโยคลักษณะนี้(ผล-เหตุ)หรือไม่ เรียกว่า ผลาเนกรรถประโยค หรือเปล่า

การคิดแนวคิดทฤษฎีใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์เป็นสิ่งดีเพราะเป็นความก้าวหน้าทางวิชาการ ครับ

By : พีร์ บีพีเค      

ความคิดเห็นที่ 7  วันที่ 12 มี.ค. 2556 , 21:23 น.
 
ผมขอขอบคุณ คุณสรรค์ คุณพีร์ บีพีเค และคุณเอ็ดโน ที่ให้ความรู้ผมในเรื่องนี้ นับว่าเป็นความรู้ที่มีประโยชน์มากครับ
By : อิเหนา      

ความคิดเห็นที่ 8  วันที่ 13 มี.ค. 2556 , 22:44 น.
 
โอเน็ตข้อนี้ตอบข้อ ๔ ครับ
ต้องเข้าใจว่า \"ประโยคความรวม\" เป็นคำที่ใช้เรียกประโยคชนิดหนึ่งในไวยากรณ์สมัยใหม่ มากกว่าไวยากรณ์แนวเดิม คือ อเนกกรรถประโยค

ที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นจนที่ท่านเห็น ล้วนแต่ถกโดยใช้ไวยากรณ์ดั้งเดิมทั้งสิ้น จึงไม่อาจหาคำตอบหรือข้อยุติได้

ทีนี่ผมขออธิบายว่า ทำไมตัวเลือกข้อที่ ๑ จึงเป็นประโยคความรวม โดยผมไม่สนใจเหตุหรือผลจะมาก่อน

ประการแรก ประโยคความรวม หมายถึง ประโยคที่เกิดจากประโยคย่อยตั้งแต่ ๒ ประโยคขึ้นไปมารวมกัน โดยมีคำเชื่อม ในตัวอย่างคือคำว่า เพราะ

ประการที่สอง ประโยคในไวยากรณ์สมัยใหม่ เป็นคำเพียงคำเดียวก็ได้ (ต่างกับไวยากรณ์ดั้งเดิม) ดังนั้น คำว่า คิดถึงมาก จึงเป็นประโยค

ประการที่สาม ประโยคย่อย ผู้ใหญ่ลีมาหามาลินี จึงเป็นประโยคย่อย
กับ คิดถึงมาก เป็นประโยคย่อย โดยมีคำว่า เพราะ เป็นคำเชื่อม

คำตอบข้อที่ ๑ จึงเป็นประโยคความรวมด้วย

ฉะนั้น คำตอบของข้อนี้ คือ ข้อ ๔ ไม่ใช่ประโยคความรวม

เสนอไว้พิจารณาครับ
By : อรรถวิทย์      

ความคิดเห็นที่ 9  วันที่ 15 มี.ค. 2556 , 15:25 น.
 
แนวคิดที่มองส่วนของคำเชื่อม ไม่ได้พิจารณาว่าเป็นเหตุ-ผล หรือผล-เหตุ เป็นแนวคิดที่มองต่างกันออกไป ย่อมคิดได้ครับ

ผมมีประเด็นที่ขอสนทนาต่อ คือ

๑. การจำแนกชนิดของประโยคความรวมตามแนวคิดใหม่ โดยความเป็นแนวคิดใหม่ มีชื่อเรียกต่างออกไปจากชื่อเดิมที่เรียกว่าเหตวาเนกรรถประโยค หรือไม่

๒. ไวยากรณ์แนวคิดใหม่ หากกรอบสาระอย่างที่กล่าวถึงระบุเพียงเป็นประโยคความรวมเพราะมีคำเชื่อม แต่ไม่แยกให้ชัดเจนว่า เหตุ-ผล หรือผล-เหตุ ก็เห็นได้ว่าการจำแนกลักษณะประโยคความรวมมีความละเอียดชัดเจนน้อยกว่าไวยากรณ์เดิม

๓. กรณีข้อสอบที่เป็นตัวอย่าง มีคำตอบที่ชัดเจนตรงกันหรือไม่ว่า แบบเรียนหรือสาระที่ใช้สอนในระดับชั้น ม๓. แต่ละสถานศึกษาและการออกข้อสอบของ สทศ.ใช้แนวคิดใหม่เหมือนกัน

- ถ้าแนวคิดใหม่เหมือนกัน ข้อถูกก็ควรเป็นข้อ ๔.
- ถ้าการเรียนการสอนกับการออกข้อสอบใช้แนวคิดต่างกัน ข้อสอบมีข้อถูก ๒ ข้อ เป็นปัญหาของระบบการจัดการศึกษา

๔. มีคำตอบหรือไม่ว่า การสอนสาระเรื่องประโยคความรวม ระดับ ม๓. อิงหลักไวยากรณ์แนวคิดใด และแนวคิดใหม่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง แพร่หลายในแวดวงวิชาการแล้วหรือไม่
..............

ผมเคยเรียนมาแต่ตำรารุ่นเก่า อ้างตามหลักภาษาไทยของพระยาอุปกิตศิลปสาร จึงรู้มาตามแนวคิดเดิม ไม่ทราบว่ามีแนวคิดใหม่ หากจะกรุณาให้ชื่อนักภาษาศาสตร์/นักวิชาการ/หนังสือ ที่เป็นแหล่งข้อมูลอ้างถึงไวยากรณ์แนวคิดใหม่ที่ใช้ จะได้ศึกษาเพิ่มเติมเป็นความรู้ใหม่ให้ตัวเอง จักเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นครับ

By : พีร์ บีพีเค      

ความคิดเห็นที่ 10  วันที่ 25 มี.ค. 2556 , 23:02 น.
 
๑. แนวคิดภาษาศาสตร์ (ไม่ใหม่หนัก) พยายามแก้ไขความยากของไวยากรณ์แนวเดิม โดยกำหนดให้ประโยคความรวม ไ่ม่สนใจเรื่องเหตุ-ผล ซึ่งยากต่อการศึกษาภาษาไทยของเด็กสมัยใหม่ ที่ต้องจำอะไรหยุมหยิม จนไม่อยากศึกษาภาษาไทย
๒. ข้อสอบที่ออก ตรงกับประเด็นที่อาจารย์ได้สอนนักเรียน
๓. หนังสือเรียนของนักเรียน ไม่ถึงกับอิงไวยากรณ์สมัยใหม่โดยเฉพาะ แต่พยายามเลือกสาระสำคัญมาให้ศึกษา เพราะผู้เรียนเป็นเพียงนักเรียน ตำราจึงไม่ได้เน้นการวิเคราะห์ภาษา แต่เน้นความรอบรู้และการนำไปใช้
๔. ตำราไวยากรณ์สมัยใหม่มีหลายท่าน เช่น ภาษาไทย ๓ (มสธ.) ไวยากรณ์ไทย (นววรรณ พันธุเมธา) บรรทัดฐานภาษาไทย (สถาบันภาษาไทยฯ) เป็นต้น

แต่ถ้าต้องการแบบละเอียด เช่น ไวยากรณ์โครงสร้าง (วิจินตน์ ภาณุพงศ์) ไวยากรณ์ปริวรรต (อุดม วโรตม์สิกขดิตถ์) ไวยากรณ์แทกมีมิก (สมทรง บุรุษพัฒน์) ไวยากรณ์การก ไวยากรณ์หน้าที่ (halliday) ไวยากรณ์ศัพทการก (อมรา ประิสิทธิ์รัฐสินธุ์) เป็นต้น
By : อรรถวิทย์      

ความคิดเห็นที่ 11  วันที่ 27 มี.ค. 2556 , 15:41 น.
 
ขอบคุณ คุณอรรถวิทย์ ที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ผมขอคุยต่อตามประเด็นแต่ละข้อครับ

๑. ? ... ซึ่งยากต่อการศึกษาภาษาไทยของเด็กสมัยใหม่ ที่ต้องจำอะไรหยุมหยิม จนไม่อยากศึกษาภาษาไทย?

- ประเด็นนี้ หากมีการศึกษาหาสาเหตุจริงๆ(ไม่ทราบว่ามีหรือไม่) จะช่วยให้ได้คำตอบที่ชัดเจนว่าเพราะอะไร ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นโทษภาษาไทยว่า ?ต้องจำอะไรหยุมหยิม?

๒. การเรียนการสอนและการออกข้อสอบโอเน็ต ม๓. ควรอยู่ในกรอบเนื้อหาสาระที่เรียนรู้ช่วง ม๑.-๓. ส่วนจะสอดคล้องกันหรือไม่ คำตอบอยู่ที่ผู้สอนและผู้เรียน น่าจะทราบได้ดี

๓. หนังสือแบบเรียน ?...ไม่ถึงกับอิงไวยากรณ์สมัยใหม่โดยเฉพาะ แต่พยายามเลือกสาระสำคัญมาให้ศึกษา เพราะผู้เรียนเป็นเพียงนักเรียน ตำราจึงไม่ได้เน้นการวิเคราะห์ภาษา แต่เน้นความรอบรู้และการนำไปใช้ ...?

- จากที่กล่าวน่าจะพอเห็นกรอบสาระสำคัญเรื่องประโยคความรวมระดับ ม๓. ได้ว่าเป็นเพียงประโยคความรวมที่ให้เรียนรู้อย่างกว้างๆ หากถึงระดับการนำไปใช้ก็อาจแค่เป็นความรวมที่ซับซ้อนมีรายละเอียดในประโยคมากขึ้น ซึ่งก็น่าจะยังเป็นแนวไวยากรณ์เดิม (ต้องดูเป้าหมายที่เป็นผลการเรียนรู้และเนื้อหาในแบบเรียนว่าเป็นอย่างไร)

๔. ตำราไวยากรณ์สมัยใหม่ที่ให้ชื่อไว้เป็นไวยากรณ์แนวภาษาศาสตร์ที่ใช้ศึกษาในระดับอุดมศึกษา เป็นผลการศึกษาวิจัยวิทยานิพนธ์เสนอผลการศึกษาระดับปริญญาเอกและตำราในมหาวิทยาลัย จึงไม่น่าที่จะนำมาใช้สอนในระดับชั้น ม๓.

กรอบคำถามและความคิดเห็นของผมอยู่ที่ข้อสอบโอเน็ต ม๓.เท่านั้นครับ

By : พีร์ บีพีเค      

ความคิดเห็นที่ 12  วันที่ 31 มี.ค. 2556 , 16:50 น.
 
หึหึ ตามสูตร ขอรายชื่อหนังสือเขามาดู แทนที่จะไปหามาอ่านก่อน กลับวิจารณ์แล้วว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ บางเล่มมันใช่วิทยานิพนธ์ซะที่ไหนเล่า หะแรกก็เขียนไว้ทนโท่ว่าภาษาศาสตร์เอย วิชาการเอย ทีอย่างนี้ทำมาเป็นกำหนดกรอบ
By : สี่สี      


  แสดงทั้งหมด  





  หน้าหลัก     |     พจนานุกรม    |     ศัพท์บัญญัติวิชาการ    |     อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย    |     คลังความรู้    |   สิ่งพิมพ์    |     กระดานสนทนา    |     ถาม-ตอบ  
ติดต่อ ราชบัณฑิตยสถาน
สนามเสือป่า เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐   โทรศัพท์ ๐ ๒๓๕๖ ๐๔๖๖-๗๐ อีเมล ripub@royin.go.th
Copy Rights © 2007 The Royal Institute, All Rights Reserved.Developed by TATSolution